ผมรู้จักว่ามีงานนี้จากบล็อกของคุณ Kulawat พอเข้าไปดู ไฮไลท์ในเว็บของ Software Park ทำให้ผมตัดสินใจลงทะเบียนทันที มันโดนใจมาก เพราะว่าผมเคยตั้งโจทย์ให้ตัวเองไว้ตอนประมาณปี 2009 ว่าผมจะแก้ “ปัญหาที่เกิดขึ้นในการพัฒนา Software” ได้อย่างไร พยายามศึกษาค้นคว้าพัฒนาตัวเอง ลองผิดลองถูกเรื่อยมาจนได้มาเข้าฟังงานนี้ ผลคือคุ้มค่ามากกับการลาพักร้อนสองวันเพื่อเข้าฟัง เพราะมันทำให้ผมเจอคำตอบของโจทย์ที่ผมตั้งไว้แล้วว่า ผมจะรับมือแต่ละปัญหาได้อย่างไร จากการได้มาพบกับกลุ่มคนที่คิดเหมือนกันกับผมแล้วเขาได้ศึกษาค้นคว้า ลองผิดลองถูกมาก่อนหน้าผมแล้วเขามาแชร์ประสบการณ์ให้ฟัง
Challenges of Managing a Complex Project — The Case Study of Landing a Rover on Mars
ได้รับเกียรติจาก Dr. Firouz Naderi ผู้อำนวยการ Solar System Exploration ของ NASA’s Jet Propulsion Laboratory มาเป็นผู้เริ่มแชร์ประสบการณ์เป็นคนแรก
โครงการยานสำรวจอวกาศ มันไม่เคยมีใครทำมาก่อน การบริหารโปรเจคที่ไม่มีคนทำมาก่อนถือว่ายากลำบากในการบริหาร
มันไม่เหมือนกับทำสิ่งที่เคยมีคนทำมาก่อนและประสบความสำเร็จแล้ว เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็เพียงแค่ทำตามเขาเราก็ทำได้ และท่านก็บอกว่า ซึ่งคนแถวนั้นก็ไม่ชอบทำตามใครซะด้วยซิ
ท่านพูดถึงหน้าที่ที่สำคัญของ Team Leader มี 3 ข้อ
- เฟ้นหาคนที่ดีที่สุดมาร่วมทีม
- กระตุ้นทีมให้มีความมุ่งมั่น และมีเป้าหมายเดียวกันตลอดเวลา โดยท่านได้ยกคำพูดประโยคหนึ่งขึ้นมาว่า If you want to build a ship, don’t drum up the men to gather wood, divide the work, and give orders. Instead, teach them to yearn for the vast and endless sea.
- เป็นคนแรกที่โดนด่า และเป็นคนแรกที่ได้รับคำชม
ท่านบอกว่าโจทย์ของท่านในการสำรวจดาวอังคารคือ
- ดาวอังคารสามารถอาศัยอยู่ได้หรือไม่?
- ถ้าได้ เคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่หรือไม่?
- แล้วถ้ามี ตอนนี้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นยังอยู่ไหม?
ท่านก็เริ่มพูดถึงปัญหาในการส่งยานอวกาศเพื่อไปสำรวจดาวอังคารว่า ให้นึกถึงการเตะลูกบอลจากกรุงโตเกียวให้มาเข้าประตูที่สนามราชมังฯ โดยจะต้องพ้นมือผู้รักษาประตูและต้องเข้าโกลด้วย คิดดูว่าจะยากขนาดใหน (ทั้งเรื่องระยะทาง ความแรงในการเตะ และปัจจัยอื่นๆ) ทีนี้ให้ลองคิดภาพว่าสนามหมุนรอบตัวเองด้วยความเร็ว 100,000 ไมล์ต่อชั่วโมงดูแล้วยิงให้เข้า (คุณพระช่วย!!!) ท่านบอกว่านี่ยังไม่เท่าไหร่นะ เพราะที่ยากที่สุดสำหรับพวกเราคือช่วง 7 นาทีก่อนการลงจอดยาน (จำศัพท์ทางเทคนิคที่ท่านพูดไม่ได้) ซึ่งตอนนั้นยานพุ่งมาด้วยความเร็วประมาณ 20,000 ไมล์ต่อชั่วโมง ทำอย่างไรถึงจะลงจอดได้โดยสวัสดิภาพ!
อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องสภาพอากาศ เราไม่สามารถคาดการณ์สภาพอากาศในวันที่ยานจะลงจอดได้เพราะเราไม่มีสถานีพยากรณ์อากาศบนดาวอังคารนิหน่า วันที่ยานลงจอดอาจจะเจอกับพายุทะเลทรายก็ได้ หรืออาจจะสภาพอากาศดีก็ได้
ผมมีวิธีลงจอดอยู่ในมือสองข้าง
ข้างหนึ่งสามารถลงจอดในพายุทะเลทรายแบบที่ยานได้รับความเสียหายน้อยมาก
กับอีกข้างเป็นการลงจอดบนสภาพอากาศดีสามารถลงจอดได้อย่างเนียนคุณคิดว่าผมควรจะเลือก design การลงจอดแบบใหน?
บางครั้งข้อมูลที่มีอยู่เพื่อใช้สำหรับประกอบการตัดสินใจมันก็ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์เสมอไป และบ่อยครั้งที่เราจะต้องตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์แบบนั้น
ซึ่งพอเลือกวิธีการลงจอดแล้ว ต่อมาก็คือการสร้างยานและทดสอบ ช่วงนี้ท่านเปิด VDO ให้ดูเป็นระยะๆ ให้เห็นถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขั้นตอนทดสอบ ตั้งแต่ตอนกางร่มเพื่อชะลอความเร็วของยานโดยการใช้เฮลิคอปเตอร์บินพายานขึ้นไปปล่อยลงมา ปรากฏว่าร่มฉึกกระจุย และแกก็พูดเสริมว่า เราเคยไปทดสอบแถวทะเลทรายตอนเกิดพายุทะเลทรายเพื่อทดสอบการลงจอดกรณีที่เจอพายุทะเลทรายด้วยเหมือนกัน
พอแก้ปัญหาเรื่องร่มฉึกได้ก็มาถึงจังหวะการกางร่ม เนื่องจากถ้ากางเร็ว อากาศที่อยู่ด้านหลังกระสวยอวกาศจะไม่มีพอให้ร่มกาง หากกางช้าไปก็จะไม่สามารถลดความเร็วได้ทันก่อนที่ยานจะกระแทกกับพื้นดาวอังคาร
ปัญหาถัดไปหลังจากลงจอดได้แล้ว เราจะหาข้อมูลเพื่อตอบโจทย์สามข้อที่ได้กล่าวมาถึงได้อย่างไร เราจะหาข้อมูลได้จากใหน เพราะบนดาวอังคารไม่มี Google ให้ใช้ ไม่มี Wikipedia ไม่มีห้องสมุดให้เข้าไปหาข้อมูล สิ่งที่พอจะหาได้ก็คือก้อนหิน เพราะในชั้นหินบอกอะไรได้หลายอย่าง ก็เลยต้องสร้างหุ่นยนต์ที่เป็นเหมือนนักนักธรณีวิทยา เพราะเราไม่สามารถส่งคนขึ้นไปสำรวจบนดาวอังคารเองได้ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง
ถัดมาเป็นปัญหาเรื่องระยะทางของตัวรับและตัวส่งสัญญาณจากหุ่นต์ยนต์ เดิมทีฐานหลัก (Base Station) ตัวที่พายานลงไปจอดนั้นจะมีตัวส่งสัญญาณข้อมูลกลับมายังโลกติดอยู่ด้วย ทำให้หุ่นยนต์ไม่สามารถสำรวจได้ไกลเกินว่าระยะสัญญาณที่ใช้ติดต่อกับฐานหลักนี้ ซึ่งท่านก็บอกว่าก็แก้โดยการเอาตัวส่งสัญญาณ์ไปติดไว้บนหุ่นยนต์ซิ มีอะไรที่จำเป็นบ้างก็เอาไปไว้บนหุ่นยนต์ทั้งหมดเลย ปัญหาที่ตามมาก็คือเรื่องน้ำหนักและขนาดของหุ่นที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เกินกว่าที่จะใส่ลงไปในยานขนส่งได้ ก็ได้มีการแก้ปัญหาโดยการออกแบบให้สามารถพับเก็บอุปกรณ์หลายๆ อย่างเพื่อประหยัดพื้นที่ เวลาลงจอดก็ทำการขยายร่างให้พร้อมใช้งาน
ปัญหาหลังจากการตัดสินใจสร้างหุ่นยนต์ก็คือเรื่องงบประมาณ จากที่เคยขอไป xxx ล้านดอลล่า ทำไปทำมาก็ต้องขอเพิ่ม xx ล้านดอลล่า จนสร้างเสร็จสองยาน เกินงบจากที่ตั้งไว้ประมาณ 15%
หลังจากสร้างเสร็จ ปัญหาถัดมาคือการปล่อยยาน ซึ่งไม่ใช่ว่าจะปล่อยยานตามใจตอนใหนก็ได้ เพราะต้องรอให้วงโคจรของดาวอังคารเข้ามาใกล้โลกด้วย
แต่สุดท้ายท่านก็ทำได้สำเร็จ แล้วท่านก็เปิด VDO ให้ดูตอนเริ่มตอนยาน มีภาพคนในห้องควบคุมที่ทุกคนนั่งลุ้นกันมาก จนผมก็นั่งลุ้นด้วย จนยานลงจอดและ confirm บนหน้าจอด้วยภาพที่ส่งมาจากหุ่นยนต์ ซึ่งคนในห้องควบคุมต่างก็พากันดีใจมาก บางคนกระโดดไปรอบห้อง บางคนนั่งร้องไห้ (ผมนั่งน้ำตาซึมดีใจไปด้วย อารมณ์ตอนนั้นคือเหมือนเราผ่านปัญหานั้นมาพร้อมกับพวกเขา พอโปรเจคประสบความสำเร็จก็เลยดีใจด้วย)
แล้วท่านก็พูดทิ้งท้ายไว้ว่า
มันไม่ง่ายเลยในการที่จะบริหารโครงการที่มีความซับซ้อนมากๆ ซึ่งถ้าเกิดข้อผิดพลาด สิ่งที่สำคัญคือเราได้เรียนรู้อะไรจากข้อผิดพลาดนั้น
